ผิวแห้งเสีย? เปลี่ยนเป็นผิวแข็งแรงด้วยสกินแคร์นวัตกรรมใหม่จากเกลาหลี “GluCA”

สวัสดีค่ะทุกคน บุ๋มบิ๋มเองค่า
เมื่อไม่นานมานี้บิ๋มได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวแบรนด์เวชสำอางค์จากเกาหลีที่ลาน   Siam One
แบรนด์มีชื่อว่า GluCA จุดเด่นของทางแบรนด์จะเน้นในเรื่องของ ingredients  หรือส่วนผสมที่ทำมาจากธรรมชาติ
มั่นใจได้ถึงความอ่อนโยนต่อผิว ไม่มี alcohol, paraben

Branding  จะ เรียบๆ คลีนๆ สะอาดตา
ส่วนตัว  design ของ packaging มีความปราณีตสวยงาม
มี  details ที่สื่อถึงความใส่ใจในรายละเอียดตามแนวคนเกาหลี
สินค้าแต่ละอย่างเลยทำออกมาอย่างน่าใช้มากๆคะ
ตัวบิ๋มก็โชคดีได้รับกิ๊ฟเซ็ตผลิตภัณฑ์แบบ ‘Clinic’ มาใช้ด้วยน๊า
นี่ก็เพิ่งได้มาลองใช้จริงๆจังๆ ประมาน  2 อาทิตย์ที่ผ่านมา นี้เอง
ก็เลยเป็นที่มาของการเขียนรีวิวอันนี้เนี่ยแหละค่า

มาพูดเรื่องเซ็ตที่บิ๋มได้มาดีกว่า มันเหมาะกับสภาพผิวแบบไหนล่ะ
ตัวไลน์ Clinic จะเหมาะกับคนที่ผิวแห้งเสีย เป็นสิวง่าย บอบบาง
ผลิตภัณฑ์จะเน้นในเรื่องของ   Self restoration
ที่จะใช้ความธรรมชาติของสินค้าเข้าไปฟื้นฟูผิว ช่วยให้ผิวเกราะคุ้มกันผิวนกลับมามีสุขภาพที่ดีด้วยตัวเอง
พอได้เริ่มใช้บิ๋มก็เข้าใจเลยว่าของเค้าธรรมชาติจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นตัวเนื้อของสินค้าที่อ่อนโยน รวมไปถึงกลิ่นที่ธรรมชาติมากๆ
ตั้งแต่ที่เริ่มใช้มาก็ไม่มีอาการแพ้เลย งั้นเดี๋ยวเรามาดูแต่ละไอเท็มในเซ็ตนี้กันดีกว่าค่ะ
มีทั้งหมด 4 ชิ้นด้วยกัน

ขอเริ่มด้วยไอเท็มที่บิ๋มชอบที่สุด GluCA Daily Therapy Cleansing foam

ตัวนี้เป็นโฟมล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนมากๆ ล้างหน้าได้สะอาดล้ำลึก

ไม่ทิ้งความแห้งตึงไว้หลังล้าง ใช้แล้วรู้สึกสบายผิวและสะอาดมากๆค่ะ

ส่วนผสมหลักจะเป็น Juju Centella extract

เนื้อของเค้าจะละเอียดมากๆ สีจะเป็นขาวที่มีประกายมุก

มันสวยยยดีนะ เหมือนมีความเล่นไฟเบาๆ

บิ๋มชอบกลิ่นของตัวนี้มากๆเลยค่ะ มันมีความ aroma

เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆที่ทำให้เรารู้สึกถึงความธรรมชาติ

พร้อมๆกับความ relax ผ่อนคลายใช้แล้วติดใจไปเลยอ่ะ!

ตอนใช้ฟองจะไม่ได้เยอะมากนะคะ แต่ล้างหน้าได้สะอาดหมดจดแน่นอน

ชอบ cleanser ตัวนี้ที่สุดดด

คราวนี้เราล้างหน้ากันเสร็จเรียบร้อยก็มาต่อกันด้วยตัวเอสเซ้นส์กันค่ะ
สำหรับบิ๋มขั้นตอนนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสภาพผิวหน้าที่มีปัญหาผิวอยู่แล้ว เช่นแห้ง บอบบางหรือผิวอ่อนล้า
เราควรใช้ขั้นตอนนี้ช่วยรักษาเฉพาะจุด
ซึ่งเอสเซ้นส์ตัวนี้  GluCA Derma Solve Ionic Essence
เป็นตัวที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสีย มีความแห้ง ผิวที่เริ่มมีพวกริ้วรอยให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรง
เติมเต็มความชุ่มขื่นด้วย  Ceramide จากธรรมชาติ และ  Phytosterol ค่ะ
ตัวนี้ยังมี Hyaluronic อีกด้วยนะคะ เติมเต็มน้ำให้กับผิวแห้งขาดน้ำ

 

มาดูเรื่องของ packaging กันค่ะ หลอดของเค้าจะไม่เหมือนหลอดทั่วไป

จะมีปุ่มสีฟ้าเพื่อกดเอสเซ้นส์ออกมา และอีกฝั่งจะเป็นโลหะแบนๆ

พอกดปุ่มสีฟ้าเนื้อเอสเซ้นส์จะออกมา ให้เราเอามาทาที่หน้าได้เลย

สามารถใช้ตัวโลหะนวดเอสเซ้นส์เบาๆบนหน้า

ให้ทุกอย่างซึมเข้าผิว มันก็จะเย็นๆ สบายๆ

เนื้อของเอสเซ้นส์จะคล้าย gel ใสๆ มีความเหลว

ทาลงผิวแล้วจะรู้สึกลื่นๆ และเย็นๆ ซึมเข้าผิวได้ค่อนข้างไวค่ะ

ความรู้สึกหลังที่ได้ใช้คือหน้าชุ่มชื่นมาก

เป็นเนื้อเจลที่ดูจะบางเบา

แต่พอนวดๆให้ตัวเจลซึมเข้าผิวกลับรู้สึกว่าเนื้อเข้มข้นมาก

คือรู้สึกว่าเจลเคลือบผิวและซึมเข้าไปได้ดี ทำให้เรารู้สึก moisturized

เป็นเอสเซ้นส์ที่เข้มข้นและเหมาะกับสภาพผิวแห้ง ขาดน้ำและผิวไม่แข็งแรงค่ะ

ต่อไปเราจะพูดถึงครีม GluCA Derma Solv Cream
ตัวนี้ใช้หลังเอสเซ้นส์นะคะ พอเรารู้สึกว่าเอสเซ้นส์ได้ซึมเข้าผิวหมดแล้ว เราค่อยลงตัวนี้ตาม
Packaging ครีมจะเป็นกระปุกปั๊ม เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปด้านในตัวครีม

เราต้องกดปั๊มชั้นที่2  เพื่อให้ครีมมันออกมา
เห็นมั้ยละคะ มีความใส่ใจรายละเอียด แบบนี้เอาใจไปเลยนะ อิอิ
พอกดฝาชั้นที่2 เนื้อครีมจะพุ่งออกมาในปริมาณที่พอเหมาะ ลองกดเบาๆพอค่ะ

เนื้อครีมจะเป็นสีขาวข้นๆ  มีความมันเล็กน้อย
ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของความชุ่มชื่น ปลอบประโลมผิวด้วย   Ceramide
คืนความสมดุลให้ผิว และทำให้ผิวแข็งแรงจากภายใน
เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ผิวแพ้ง่าย ผิวไม่แข็งแรง
ตัวนี้จะช่วยบำรุงเซลล์ผิวให้กลับมาดูดีแข็งแรงค่ะ

 

 ผลิตภันฑ์ทุกตัวด้านบนที่เพิ่งพูดถึงไม่มี UV กันแดดนะคะ
และแล้วก็มาถึงตัวที่สามารถช่วยป้องกันแดดได้บ้างแล้วละคะ
สำหรํบ  GluCA Derma Solv UV Care
ตัวนี้มาพร้อม     SPF 50+ PA +++ ค่ะ
เป็นตัวที่จะทำหน้าที่ป้องกันแดดและบำรุงผิวในขั้นตอนเดียว

ด้วยสารสกัดจาก Jeju Cantella Extract, Camellia extract และ  Berry Extract
สำหรับตัวนี้จะมาเป็นหลอดขนาดกลาง มีหัวปั๊มมาให้
เนื้อสัมผัสจะมีความเบา จะรู้สึกเหนียวหน่อยๆ แล้วก็มีความมัน
ด้วยความที่มีกันแดดอ่ะนะคะ
แต่ข้อดีคือเกลี่ยง่ายค่ะ ไม่ทิ้งคราบขาวๆไว้บนหน้า
กลิ่นยังมีความ   aroma ค่ะ

นอกจากป้องกันและบำรุงแล้วยังช่วยทำหน้าที่ antioxidants ด้วยนะจ้ะทุกคน

ผิวที่เคยถูกทำร้ายก็จะได้รับการดูแลปกป้องค่า

ถ้าใช้ในวันที่แดดร้อนแรง เมคอัพอาจมีความมันขึ้นนิดหน่อย

ควรเลือกแป้งที่มีความคุมมันสูง

บิ๋มเลยจะพกที่ซับมันไปด้วยระหว่างวันนะคะ

ตัวนี้ใช้แล้วเว้นเวลาไว้ประมาน 15- 30นาทีแล้วค่อยออกไปท้าแดดนะคะ

เอาไปใช้เติมได้ระหว่างวันตาม lifestyle ได้เลยจ้า

 

ทั้ง 4 ตัวนี้บิ๋มแนะนำมากๆสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายและผิวไม่แข็งแรง

มาดูแลและปกป้องรักษาผิวกับเซ็ตนี้ได้เลย เพราะจากที่ทดลองใช้มา

ผิวบิ๋มรู้สึกแข็งแรงขึ้นค่ะ แล้วตอนแรกที่เป็นสิวก็ดูจางๆลงไปจริง คือดีงามมากๆ

เหตุผลน่าจะเพราะผิวได้รับการฟื้นฟูจากภายในนี่แหละค่ะ

ถ้าผิวแข็งแรงซะอย่าง พวกสิวก็จะไม่มากวนแล้วก็จะลดลงไปเอง

บิ๋มชอบที่ทุกตัวมีส่วนผสมหลักที่ทำมาจาก ธรรมชาติ
อ่อนโยนต่อผิวมากๆ

ส่วนตัวแล้วคิดว่าเซ็ดนี้เหมาะกับใช้ตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน (นอกจากกันแดด)

จริงๆแล้วบิ๋มก็ลองใช้มาแล้วทั้งเช้ากับเย็น มันได้ทั้งเช้าและเย็น

แต่จากความคิดเห็นส่วนตัวรู้สึกว่าเหมาะกับก่อนนอนมากกว่าเพราะเป็นช่วงที่ผิวได้รับการฟื้นฟูแบบเต็มที่ค่ะ

รีวิวได้จบลงแล้วน้าทุกคน

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ มี insights ที่ช่วยทุกคนได้นะคะ

วันนี้บิ๋มลาไปก่อน ขอบคุณมากๆนะคะ

ไปพูดคุยกันได้ตามช่องทางต่างๆนะคะ เลิฟๆงับบบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *